คลาสเรียนดนตรีและศิลปะ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างไร
April 3, 2025

ทำไมการเรียนดนตรีและศิลปะจึงสำคัญต่อพัฒนาการเด็ก?

การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเรียนดนตรีและศิลปะที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในเด็กวัยนี้อย่างมาก จึงทำให้โรงเรียนหลาย ๆ แห่งในประเทศไทยมี 2 กิจกรรมนี้อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอน วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปดูว่าศิลปะและดนตรีสำคัญต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร ช่วยเสริมทักษะด้านใดบ้าง  ตามไปหาคำตอบพร้อมกันเลย!

Content Highlight

  • ข้อดีของการเรียนดนตรีและศิลปะ ได้แก่ พัฒนาการด้านสติปัญญา เสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกาย และพัฒนาทางด้านอารมณ์อย่างการฝึกสมาธิ
  • สำหรับเครื่องดนตรีที่เหมาะแก่การเริ่มต้นเรียน เช่น เปียโน ไวโอลิน กลอง และขลุ่ย
  • ตัวอย่างกิจกรรมด้านศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ การระบายสี การฝึกวาดภาพด้วยสีไม้ การปั้นดินน้ำมัน และการตัดแปะกระดาษ

ความสำคัญของการเรียนศิลปะและดนตรีช่วยเสริมพัฒนาการเด็กด้านใดบ้าง

กิจกรรมยอดฮิตสำหรับพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องยกให้การเรียนดนตรีและการเรียนศิลปะเป็นหลัก เพราะ 2 อย่างนี้จะมุ่งเน้นไปที่ทักษะการพัฒนาด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านอารมณ์ ดังนี้

ความสำคัญของการเรียนดนตรีและศิลปะ เสริมพัฒนาการด้านใดบ้าง

1. พัฒนาการด้านสติปัญญา

การเสริมสร้างสติปัญญาไม่ใช่แค่เพียงการเรียนที่ถูกตีกรอบไว้ในด้านวิชาการเท่านั้น เพราะเด็ก ๆ ในวัยนี้ควรได้รับความผ่อนคลายด้วยเรื่องเบาสมองอย่างการเรียนดนตรีหรือเรียนศิลปะควบคู่ไปด้วย เนื่องจากทั้งสองกิจกรรมนี้มีส่วนช่วยเรื่องของความจำ ความคิดสร้างสรรค์ การจินตนาการ การกล้าแสดงออก

2. พัฒนาทางด้านร่างกาย

แม้ว่าการเรียนดนตรีหรือเรียนศิลปะจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับร่างกายทุกสัดส่วน แต่ก็มีส่วนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อมือมัดเล็กให้กับเด็ก ๆ อยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น การตีกลอง เล่นเปียโน เล่นกีตาร์ การวาดรูป ระบายสี เป็นต้น ซึ่งทุก ๆ กิจกรรมล้วนมีส่วนพัฒนากล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี แถมยังได้ในเรื่องของความจำด้วย

3.พัฒนาทางด้านอารมณ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข้อดีของการเรียนศิลปะและดนตรีมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้ง 2 กิจกรรมนี้ถูกประกอบไปด้วยความตั้งใจ ความใจเย็น รวมถึงจินตนาการด้วย ซึ่งเป็นลำดับการเรียนจากขั้นพื้นฐานไปสู่ขั้นที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พวกเขากลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสูง ลดอาการขี้โมโห และใจเย็นขึ้นนั่นเอง

ทำไมเด็กปฐมวัยจึงควรเรียนดนตรีและศิลปะ

การเรียนดนตรีและศิลปะมีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาทักษะทางปัญญา อารมณ์ และสังคมของเด็ก ดังนี้

  • ดนตรี : ดนตรีมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาอารมณ์ของเด็ก เพราะเสียงสามารถกระตุ้นและแสดงออกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเป็นพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์และตระหนักรู้ในตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบ่มเพาะสติปัญญาทางอารมณ์และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก
  • ศิลปะ : ศิลปะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในเด็ก เพราะพวกเขาจะได้สำรวจไอเดียของตนเอง ได้คิดนอกกรอบ และได้ทดลองใช้วัสดุ สี และเทคนิคต่าง ๆ เพื่อแต่งเติมจินตนาการ ซึ่งถือเป็นการฝึกสื่อสารผ่านจิตใจของเด็ก ๆ ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจเช็กสุขภาพจิตของลูกน้อยผ่านงานศิลปะของพวกเขาได้

เด็กปฐมวัยควรเริ่มเรียนดนตรีอะไรดี

ปัจจุบันมีเครื่องดนตรีหลากลหายชนิดที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนก็สามารถเรียนได้ ดังนี้

เด็กปฐมวัยควรเริ่มเรียนดนตรีอะไรดี
  1. เปียโน : ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากเด็ก ๆ มีความสนใจอยากเรียนดนตรี เพราะเล่นง่ายและไม่ต้องออกแรงมาก มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำและเสริมสร้างกล้ามเนื้อมือได้ดี นอกจากนี้ ยังช่วยฝึกให้เด็ก ๆ มีความขยันอดทนอีกด้วย
  2. ไวโอลิน : การเล่นไวโอลินสำหรับเด็กจะช่วยพัฒนาโสตประสาทและการฟังได้เป็นอย่างดี และการจับคันชัก การกดนิ้วก็มีส่วนช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็ก และเครื่องดนตรีชนิดนี้ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเล่นได้ไพเราะ
  3. กลอง : เครื่องดนตรีชนิดนี้เด็กผู้ชายหลาย ๆ คนน่าจะชอบ เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่มีความท้าทายสูง ในขณะเดียวกันก็ให้จังหวะที่เพลิดเพลิน ซึ่งการตีกลองช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องจังหวะและการใช้ร่างกายทั้งสองข้างร่วมกัน ถือเป็นการฝึกเคลื่อนไหวของร่างกายทุกส่วนเลยก็ว่าได้ทั้งขาและมือต้องประสานกัน ถึงจะออกมาเป็นเพลงที่สมบูรณ์ได้
  4. ขลุ่ย : ขลุ่ยคือเครื่องดนตรีที่หลาย ๆ โรงเรียนเลือกที่จะมีในหลักสูตร เพราะการเป่าขลุ่ยช่วยพัฒนากล้ามเนื้อปอดและระบบทางเดินหายใจได้ดี และช่วยฝึกทักษะการฟังและจับจังหวะให้เด็ก ๆ อีกด้วย

คลาสเรียนศิลปะสำหรับเด็กอนุบาลดีอย่างไร

พูดถึงด้านดนตรีสำหรับเด็กไปแล้วต่อมาคือคลาสเรียนศิลปะที่มีความสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว พัฒนาการทางจิตใจ หรือแม้กระทั่งการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งศิลปะที่น่าสนใจแบ่งได้ ดังนี้

ทำไมเด็กปฐมวัยควรเรียนศิลปะและดนตรี
  1. การระบายสีพู่กัน : การวาดรูประบายสีด้วยพู่กันเป็นกิจกรรมเด็ก ๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะได้เลือกสีที่ชอบระบายตามจินตนาการของตัวเอง ซึ่งทำให้พวกเขาสนุกและเพลิดเพลินได้มากกว่าการมีกรอบกำหนดให้วาดตามโจทย์
  2. การวาดภาพด้วยสีไม้หรือสีเทียน : คลาสเรียนศิลปะหลายแห่งเลือกที่จะสอนเด็ก ๆ จากสีไม้หรือสีเทียนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหยิบจับสะดวกช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อมือมัดเล็กให้แข็งแรง เพราะต้องลงน้ำหนักและจับดินสอสีให้ดีภาพวาดถึงจะออกมาสวย
  3. การปั้นดินน้ำมัน : ในคลาสเรียนศิลปะไม่ได้มีแค่การวาดรูประบายสีเท่านั้นแต่ยังมีกิจกรรมปั้นดินน้ำมันเพื่อช่วยฝึกพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว และการประสานงานระหว่างตากับมือของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงต่าง ๆ ยิ่งปั้นยิ่งสนุกคุ้มค่ากับการเรียนแน่นอน
  4. ศิลปะจากการตัดแปะกระดาษ : อีกหนึ่งงานศิลปะที่ได้รับความนิยมจากเด็ก ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องการตัดแปะกระดาษให้ออกมาเป็นรูปต่าง ๆ ตามที่ต้องการ จึงกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมทักษะทางความคิดเท่านั้น แต่ยังทำให้เด็กมีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย เพราะต้องจดจ่อกับชิ้นส่วนของกระดาษ

การเรียนดนตรีและศิลปะตัวช่วยดี ๆ ให้เติบโตได้สมวัย

จากทั้ง 2 กิจกรรมจะเห็นได้ว่าทั้งการเรียนดนตรีและการเรียนศิลปะนั้นมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาให้เด็กได้เติบโตตามช่วงวัยที่เหมาะสม ซึ่งพวกเขาจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากในห้องเรียนแน่นอน นอกจากนี้ ยังทำให้เด็ก ๆ ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองโดยสามารถพัฒนาต่อจนกลายเป็นศิลปินระดับโลกเลยก็ได้